วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

สาหร่ายพวงองุ่น


ประเทศไทยมีทรัพยากรสาหร่ายมากว่า 200 ชนิด แต่กิจกรรมการเพาะเลี้ยงสาหร่ายก็ยังไม่เป็นที่สนใจ และสาหร่ายทะเลบ้านเราก็มีการนำมาใช้ประโยขน์ที่น้อยมาก แต่ปัจจุบันค่านิยมในการบริโภคอาหารสุขภาพซึ่งกำลังเป็นค่านิยมหลักอันหนึ่งของสังคมไทยในปัจจุบัน สาหร่ายทะเล ถูกนำมาปรุงเป็นอาหารต่าง ๆ มากมาย และได้รับความนิยมเป็นอย่างยาวนานในต่างประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นต้น เนื่องจากเชื่อว่าสาหร่ายทะเลมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ และสามารถสกัดเป็นส่วนประกอบต่าง ๆ สำหรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไม่ว่าจะเป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอาง ยารักษาโรค ปุ๋ย หรือแม้แต่อาหารสัตว์ ประเทศที่มีการเลี้ยงและส่งออกสาหร่ายมีหลายประเทศ เช่น ประเทศจีน เวียดนาม แคนาดา ฟิลิปปินส์ ส่วนในประเทศไทยมีการบริโภคสาหร่ายทะเลในจังหวัดทางภาคใต้และภาคตะวันออก โดยรับประทานแทนผักสด คู่กับอาหารอื่น ๆ ซึ่งในปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเลกันหลายชนิด แต่สำหรับภาคใต้แล้ว สามารถเพาะสาหร่ายพวงองุ่นได้แล้วที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง สาหร่ายพวงองุ่น ชื่อวิทยาศาสตร์ของมันคือ  Caulerpa lentillifera J. Agardh   เป็นสาหร่ายทะเลสีเขียวที่มีใบ (รามูลัส) เป็นเม็ด ทรงกลม ใส สีเขียว  มีแขนงตั้งตรงลักษณะคล้ายพวงองุ่นแตกออกมาจากส่วนที่เลื้อยไปตามพื้นผิว   ส่วนปลายของแขนงย่อยเป็นทรงกลม  ซึ่งแตกปกคลุมหนาแน่นเกือบตลอดความยาวแขนง   มีรอยคอดชัดเจนระหว่างปลายแขนงย่อยที่เป็นทรงกลมกับส่วนก้านสั้น
  ด้วยความที่หน้าตามันมีลักษณะเป็นพวง  เม็ดกลมเป็นช่อ  คล้ายเหมือนกับองุ่น หรือไข่ปลาคาเวียร์สีเขียว  มันจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  "Sea grapes" หรือ "Green caviar"  ส่วนชาวญี่ปุ่นจะเรียกสาหร่ายชนิดนี้ว่า "Umi budo" ซึ่งแปลว่า องุ่นแห่งท้องทะเล




สาหร่ายพวงองุ่นจัดเป็นหนึ่งในสาหร่ายที่รับประทานได้  และยังมีรสชาติดีอีกด้วย  โดยเราอาจพบสาหร่ายชนิดนี้เจริญอยู่บนโขดหิน ก้อนกรวด และพื้นทราย ในเขตน้ำขึ้นน้ำลงไปจนถึงเขตน้ำลงต่ำสุดบริเวณชายฝั่งที่มีคลื่นไม่รุนแรง  โดยอาจอยู่รวมตัวกันเป็นกระจุกหรือปะปนกับสาหร่ายชนิดอื่นตามซอกหินหรือปะการัง  สาหร่ายพวงองุ่นจัดเป็นอาหารสุขภาพที่มีราคาค่อนข้างสูง  ดังนั้นหลายประเทศจึงนิยมเลี้ยงสาหร่ายทะเลเพื่อส่งออก  ซึ่งปัจจุบันกรมการประมงในประเทศไทยสามารถเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น  ได้ด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นได้อย่างสะอาดและมีสีสันสวยงาม ทั้งยังถือเป็นสาหร่ายที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจซึ่งได้มีการขยายในระบบบ่อเลี้ยง                โดยในประเทศฟิลิปปินส์  มีการเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นทั้งในระบบบ่อดินและบ่อน้ำธรรมชาติ  ส่วนในประเทศไทย  กรมการประมงริเริ่มการเลี้ยงสาหร่ายชนิดนี้ในปี พ.ศ. 2536  โดยปลูกในบ่อพักน้ำชีวภาพ  แต่ปัจจุบันได้พัฒนาการเพาะเลี้ยงเพื่อขยายผลในเชิงพาณิชย์  โดยสามารถเพาะเลี้ยงได้ 3 รูปแบบ  ทั้งในระบบบ่อการเลี้ยงในบ่อพักน้ำธรรมชาติ  เลี้ยงในบ่อดินหรือบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ  เช่น บ่อเลี้ยงกุ้ง  หรือบ่อเลี้ยงปลา  และระบบการเลี้ยงในบ่อคอนกรีต 



 ทั้งนี้สาหร่ายพวงองุ่น  ถือเป็นหนึ่งในอาหารยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น เพราะมีความเชื่อกันว่า  หากรับประทานสาหร่ายชนิดนี้  จะทำให้หายป่วยเร็วขึ้น เนื่องจากสาหร่ายพวงองุ่นเป็นสาหร่ายที่มีคุณค่าทางอาหารสูง  คือมีปริมาณของแร่ธาตุหลากหลายชนิด   ได้แก่  ไอโอดีนซึ่งช่วยป้องกันและรักษาโรคคอพอก  แมกนีเซียมช่วยบำรุงกล้ามเนื้อและระบบประสาท   โปแทสเซียมช่วยควบคุมการทำงานของเซลล์และสมดุลของน้ำในร่างกาย    รวมทั้งพบวิตามินบี  ซี  อี  และกรดอะมิโนจำเป็นหลากหลายชนิด  ที่ไม่พบในพืชบก  โดยพบว่ามีกรดอะมิโนจำเป็นอยู่เกือบ 40% ของกรดอะมิโนรวม  ซึ่งใกล้เคียงกับในไข่และโปรตีนถั่วเหลือง  ทั้งยังมีแคลอรี่ต่ำ  จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวาน  หัวใจ  และความดันโลหิต

คลิปสาธิตการเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น


รูปแบบการเลี้ยง สามารถเลี้ยงได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ ระบบการเลี้ยงในบ่อพักน้ำแบบธรรมชาติ ระบบการเลี้ยงในบ่อดินหรือบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น บ่อเลี้ยงกุ้ง หรือบ่อเลี้ยงปลา และระบบการเลี้ยงในบ่อคอนกรีตการเลี้ยงสาหร่ายในบ่อดิน
ขั้นตอนการปลูกและการจัดการสาหร่ายในบ่อดิน


1. การปลูกสาหร่าย ปลูกได้ทั้งแบบหว่านและแบบปักชา โดยในช่วงเริ่มต้นปลูกครั้งแรก เติมน้ำความเค็ม 27-30 ส่วนในพัน ประมาณ 40 เซนติเมตร เมื่อปลูกแล้วประมาณ 1 สัปดาห์จึง ค่อยเพิ่มระดับน้ำให้อยู่ในระดับที่แสงส่องถึง ขึ้นกับความโปร่งแสงของน้ำ โดยมากรักษา ระดับน้ำให้มีความลึกประมาณ 60-100 ซม. แบบปักชามีข้อดีกว่าแบบหว่าน เนื่องจาก สาหร่ายจะมีอัตราความหนาแน่นที่ใกล้เคียงกันและควบคุมความหนาแน่นได้ ทาให้สาหร่าย ที่โตมีแขนงที่ยาวและมีขนาดสม่าเสมอ นอกจากนี้สามารถปลูกสาหร่ายบนแผงอวนหรือตา ข่ายได้ ทำให้สาหร่ายมีความสะอาดและมีคุณลักษณะดี

2.หลังจากการปลูกประมาณ1-2เดือนจะสามารถเก็บเกี่ยวสาหร่ายได้และความถี่ในการเก็บ เกี่ยว 2 สัปดาห์ต่อครั้ง

3.     การจัดการระบบน้ำ ควรมีการสูบน้ำเข้าบ่อเลี้ยงประมาณ 2 ครั้งต่อสัปดาห์หรือดัดแปลงบ่อ ด้วยการติดตั้งท่อน้ำเข้าออกแบบมีลิ้นปิดเปิดตามระดับน้ำธรรมชาติ นอกจากนี้ความถี่ในการ สูบน้ำเข้ายังขึ้นกับอายุการเลี้ยงและความหนาแน่นของสาหร่าย เพื่อเพิ่มสารอาหาร ธรรมชาติ การหมุนเวียนน้ำ และการรักษาระดับนำ้ในบ่อเลี้ยง
4.     อาจติดตั้งเครื่องตีน้ารอบช้าหรือระบบยกน้ำเพื่อเพิ่มการหมุนเวียนน้าและป้องกันการแบ่งชั้น ของน้ำ และติดตั้งท่อระบายน้ำผิวบนออก ในฤดูฝน
5.     เพื่อป้องกันการบังแสงและแก่งแย่งสารอาหาร ควรสุ่มตรวจความหนาแน่นของสาหร่าย โดย อัตราความหนาแน่นที่เหมาะสมประมาณ 1 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ทยอยเก็บเกี่ยวทุก 2 สัปดาห์และคงปริมาณไว้ประมาณ 25% ของปริมาณตั้งต้น หากสาหร่ายแน่นเกินไป ให้นาไป หว่านบริเวณอื่น
6.    การกำจัดและป้องกันศัตรูของสาหร่าย หมั่นเก็บสาหร่ายชนิดอื่นหรือ epiphyte ที่เกิดขึ้นใน
บ่อเมื่อน้ำตื้นเกินไป ดังนั้นการรักษาระดับน้ำเพ่ือให้แสงส่องถึงในระดับท่ีเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญในระบบการเลี้ยงในบ่อดินและปลูกบนแผงตาข่าย ขนาด 0.1 ตร.ม. มีปริมาณสาหร่าย เริ่มต้น 2.5 กิโลกรัม สามารถเลี้ยงให้มีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น 45% ของน้ำหนักตั้งต้น หรือ1.25 กิโลกรัมต่อแผง ต่อ 2 สัปดาห์ เทียบเท่าผลผลิต 12.5 กิโลกรัมต่อตารางเมตรต่อ 2 สัปดาห์ โดยน้ำเลี้ยงควรมีสารอาหารและ คุณสมบัติ ดังนี้ แอมโมเนียรวมไม่น้อยกว่า 0.05 ppm pH ช่วงกว้าง 8-9 , แอลคาไลนิตี้ 120-140 มิลลิกรัม ต่อลิตร ความเค็ม 27-33 ส่วนในพัน อุณหภูมิประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส ในระบบการเลี้ยงในบ่อคอนกรีตและปลูกบนแผงตาข่ายขนาด 0.1 ตร.ม. มีปริมาณสาหร่าย เริ่มต้น 2.5 กิโลกรัม มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 30% ของน้ำหนักตั้งต้นหรือ 750 กรัมต่อแผงต่อ 2 สัปดาห์ เทียบเท่า 7.5 กิโลกรัมต่อตารางเมตรต่อ 2 สัปดาห์ ผลผลิตในบ่อคอนกรีตน้อยกว่าบ่อดินเนื่องจากมี ข้อจากัดของสารอาหาร โดยปริมาณแอมโมเนียไม่ควร 0.05 ppm และควรมีการเติมน้าอย่างน้อยสัปดาห์ละ ครั้ง ส่วนคุณภาพน้ำอื่น ๆ เช่นเดียวกับในบ่อคอนกรีต

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

แนะนำตัวเจ้าของบล็อก


- ชื่อ นายหัสดิน หัสดินทร ณ อยุธยา
- ชื่อเล่น เม่น
- อายุ 22
- เกิดวันที่ 3 สิงหาคม 2535
- การศึกษา มหาวิทยาลัยรังสิต คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ปี3
- สิ่งที่ชอบและงานอดิเรก : เลี้ยงปลาทะเล ร้องเพลง ทำขนมเค้ก
    
 แนะนำบล็อก
       เรื่อง สาหร่ายพวงองุ่นธุรกิจแนวใหม่ที่สร้างมูลค่าแบบไม่มีวันหยุด  เป็นวิธีการสร้างธุรกิจโดยการเพาะเลี้ยงสาหร่าย เพื่อส่งขายแก่ตลาดค้าปลีก หรือ ธุรกิจร้านอาหารต่างๆ โดยการสร้างมูลค่าที่คล้ายๆกับการทำเพาะปลูกพืชไร่ พืชสวน มันจึงทำให้เติบโตได้เรื่อยๆ เก็บเกี่ยวได้เรื่อยแบบไม่มีวันหยุด