สาหร่ายพวงองุ่น
ประเทศไทยมีทรัพยากรสาหร่ายมากว่า 200 ชนิด
แต่กิจกรรมการเพาะเลี้ยงสาหร่ายก็ยังไม่เป็นที่สนใจ
และสาหร่ายทะเลบ้านเราก็มีการนำมาใช้ประโยขน์ที่น้อยมาก
แต่ปัจจุบันค่านิยมในการบริโภคอาหารสุขภาพซึ่งกำลังเป็นค่านิยมหลักอันหนึ่งของสังคมไทยในปัจจุบัน สาหร่ายทะเล ถูกนำมาปรุงเป็นอาหารต่าง ๆ มากมาย
และได้รับความนิยมเป็นอย่างยาวนานในต่างประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นต้น
เนื่องจากเชื่อว่าสาหร่ายทะเลมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ
และสามารถสกัดเป็นส่วนประกอบต่าง ๆ สำหรับใช้ในชีวิตประจำวันได้
ไม่ว่าจะเป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอาง ยารักษาโรค ปุ๋ย หรือแม้แต่อาหารสัตว์
ประเทศที่มีการเลี้ยงและส่งออกสาหร่ายมีหลายประเทศ เช่น ประเทศจีน เวียดนาม แคนาดา
ฟิลิปปินส์
ส่วนในประเทศไทยมีการบริโภคสาหร่ายทะเลในจังหวัดทางภาคใต้และภาคตะวันออก
โดยรับประทานแทนผักสด คู่กับอาหารอื่น ๆ ซึ่งในปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเลกันหลายชนิด
แต่สำหรับภาคใต้แล้ว สามารถเพาะสาหร่ายพวงองุ่นได้แล้วที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง สาหร่ายพวงองุ่น ชื่อวิทยาศาสตร์ของมันคือ Caulerpa
lentillifera J. Agardh เป็นสาหร่ายทะเลสีเขียวที่มีใบ
(รามูลัส) เป็นเม็ด ทรงกลม ใส สีเขียว
มีแขนงตั้งตรงลักษณะคล้ายพวงองุ่นแตกออกมาจากส่วนที่เลื้อยไปตามพื้นผิว
ส่วนปลายของแขนงย่อยเป็นทรงกลม
ซึ่งแตกปกคลุมหนาแน่นเกือบตลอดความยาวแขนง
มีรอยคอดชัดเจนระหว่างปลายแขนงย่อยที่เป็นทรงกลมกับส่วนก้านสั้น
ด้วยความที่หน้าตามันมีลักษณะเป็นพวง
เม็ดกลมเป็นช่อ คล้ายเหมือนกับองุ่น หรือไข่ปลาคาเวียร์สีเขียว
มันจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "Sea grapes" หรือ "Green caviar" ส่วนชาวญี่ปุ่นจะเรียกสาหร่ายชนิดนี้ว่า "Umi budo" ซึ่งแปลว่า องุ่นแห่งท้องทะเล
สาหร่ายพวงองุ่นจัดเป็นหนึ่งในสาหร่ายที่รับประทานได้
และยังมีรสชาติดีอีกด้วย โดยเราอาจพบสาหร่ายชนิดนี้เจริญอยู่บนโขดหิน
ก้อนกรวด และพื้นทราย
ในเขตน้ำขึ้นน้ำลงไปจนถึงเขตน้ำลงต่ำสุดบริเวณชายฝั่งที่มีคลื่นไม่รุนแรง
โดยอาจอยู่รวมตัวกันเป็นกระจุกหรือปะปนกับสาหร่ายชนิดอื่นตามซอกหินหรือปะการัง สาหร่ายพวงองุ่นจัดเป็นอาหารสุขภาพที่มีราคาค่อนข้างสูง
ดังนั้นหลายประเทศจึงนิยมเลี้ยงสาหร่ายทะเลเพื่อส่งออก
ซึ่งปัจจุบันกรมการประมงในประเทศไทยสามารถเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น
ได้ด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นได้อย่างสะอาดและมีสีสันสวยงาม
ทั้งยังถือเป็นสาหร่ายที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจซึ่งได้มีการขยายในระบบบ่อเลี้ยง
โดยในประเทศฟิลิปปินส์
มีการเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นทั้งในระบบบ่อดินและบ่อน้ำธรรมชาติ
ส่วนในประเทศไทย กรมการประมงริเริ่มการเลี้ยงสาหร่ายชนิดนี้ในปี พ.ศ.
2536 โดยปลูกในบ่อพักน้ำชีวภาพ
แต่ปัจจุบันได้พัฒนาการเพาะเลี้ยงเพื่อขยายผลในเชิงพาณิชย์
โดยสามารถเพาะเลี้ยงได้ 3 รูปแบบ
ทั้งในระบบบ่อการเลี้ยงในบ่อพักน้ำธรรมชาติ
เลี้ยงในบ่อดินหรือบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น บ่อเลี้ยงกุ้ง
หรือบ่อเลี้ยงปลา และระบบการเลี้ยงในบ่อคอนกรีต
ทั้งนี้สาหร่ายพวงองุ่น
ถือเป็นหนึ่งในอาหารยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น เพราะมีความเชื่อกันว่า
หากรับประทานสาหร่ายชนิดนี้ จะทำให้หายป่วยเร็วขึ้น
เนื่องจากสาหร่ายพวงองุ่นเป็นสาหร่ายที่มีคุณค่าทางอาหารสูง
คือมีปริมาณของแร่ธาตุหลากหลายชนิด ได้แก่
ไอโอดีนซึ่งช่วยป้องกันและรักษาโรคคอพอก
แมกนีเซียมช่วยบำรุงกล้ามเนื้อและระบบประสาท
โปแทสเซียมช่วยควบคุมการทำงานของเซลล์และสมดุลของน้ำในร่างกาย
รวมทั้งพบวิตามินบี ซี อี และกรดอะมิโนจำเป็นหลากหลายชนิด
ที่ไม่พบในพืชบก โดยพบว่ามีกรดอะมิโนจำเป็นอยู่เกือบ 40%
ของกรดอะมิโนรวม ซึ่งใกล้เคียงกับในไข่และโปรตีนถั่วเหลือง
ทั้งยังมีแคลอรี่ต่ำ จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวาน หัวใจ
และความดันโลหิต
คลิปสาธิตการเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น